top of page
< Back

Upadhyaya shashi kiran

เยือนโอคาวะ: การเดินทางทัศนศึกษา 2 วันเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานฝีมือและการผลิตสิ่งของ

English

วันที่ 1 — การทำเฟอร์นิเจอร์และประสบการณ์ทำคุมิโกะ

การเยี่ยมชมโรงงานที่ Ueki Sangyo


การเดินทางของพวกเราเริ่มต้นจากการเยี่ยมชมโรงงานที่สหกรณ์ Ueki Sangyo ในเมืองโอคาวะ ที่โรงงาน ตัวแทนของสถานที่ได้พาพวกเราเดินชมด้วยตนเอง และอธิบายอย่างละเอียดว่าเครื่องจักรแต่ละชนิดทำงานอย่างไร รวมถึงขั้นตอนต่าง ๆ ในการทำเฟอร์นิเจอร์เชื่อมโยงกันอย่างไร


จากการได้เห็นทั้งการทำงานของเครื่องจักรและการทำงานของช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญในเวลาเดียวกัน ทำให้ฉันเข้าใจถึงความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและฝีมือของช่างได้มากขึ้น


ในช่วงถามตอบ ตัวแทนของสถานที่ได้เล่าว่า ในการทำเฟอร์นิเจอร์นั้น พวกเขาไม่ได้เพียงแค่ตัดไม้เพื่อนำมาใช้เท่านั้น แต่ยังปลูกต้นไม้ใหม่เพื่อคนรุ่นต่อไปด้วย ความพยายามนี้แสดงให้เห็นถึงการคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และทำให้รู้สึกได้ว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับความยั่งยืนอย่างจริงจัง




เทคนิคงานคุมิโกะที่ได้เรียนรู้จากโรงงานผลิตเครื่องไม้ตกแต่งภายใน


ต่อมา พวกเราได้ไปเยี่ยมชม Nitahara Tategu Seisakusho และเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคดั้งเดิมของงานคุมิโกะ ฉันรู้สึกสนใจมากว่าไม้ท่อนใหญ่ถูกแปรรูปให้กลายเป็นชิ้นไม้เล็ก ๆ ได้อย่างไร และชิ้นไม้เหล่านั้นถูกนำมาประกอบกันจนกลายเป็นลวดลายที่ซับซ้อนและสวยงามได้อย่างไร



ช่างฝีมือได้อธิบายว่า การทำคุมิโกะไม่เพียงต้องใช้เทคนิคเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความรู้สึกภายใน ความอดทน และความแม่นยำด้วย เมื่อได้ฟังเรื่องนี้ ฉันจึงเข้าใจได้ว่า ชิ้นส่วนไม้ธรรมดา ๆ สามารถเปลี่ยนไปเป็นผลงานที่มีคุณค่าได้อย่างไร


ประสบการณ์ทำคุมิโกะ


หลังจากได้ชมกระบวนการผลิตแล้ว พวกเราได้ลองทำคุมิโกะด้วยตนเองจริง ๆ การจัดวางชิ้นไม้เล็ก ๆ ต้องใช้ความระมัดระวังและสมาธิอย่างมาก

เมื่อได้ลองทำจริง ฉันพบว่าเป็นงานที่ยากกว่าที่จินตนาการไว้มาก อย่างไรก็ตาม จากประสบการณ์ครั้งนี้ ทำให้ฉันได้สัมผัสถึงความพยายามและความแม่นยำที่จำเป็นในการทำคุมิโกะ หลังจากได้มีประสบการณ์นี้ ฉันจึงเข้าใจได้เป็นอย่างดีว่าทำไมผลงานคุมิโกะจึงมีราคาสูงและได้รับการยกย่องอย่างมาก



สะพานชิคุโกะงาวะโชไคเคียวในยามเย็น



หลังจากนั้น พวกเราได้ไปเยี่ยมชมสะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำชิคุโกะ สะพานแห่งนี้ได้รับการออกแบบให้ทั้งเรือขนาดใหญ่และรถไฟสามารถผ่านได้ จึงทำให้เข้าใจได้ว่าสะพานนี้มีการออกแบบที่ใช้งานได้จริงและสะดวกมาก


พระอาทิตย์ตกที่มองเห็นจากสะพานนั้นสวยงามเกินกว่าที่จินตนาการไว้ และทำให้ฉันรู้สึกถึงบรรยากาศที่สงบในช่วงท้ายของวันที่ยุ่งมาก แสงยามเย็นที่ส่องลงบนแม่น้ำกว้างใหญ่รวมกันเป็นภาพที่น่าประทับใจมาก



อาหารเย็นแบบญี่ปุ่น



ในช่วงท้ายของวันที่ 1 พวกเราได้รับประทานอาหารญี่ปุ่นแสนอร่อย หลังจากเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมโรงงานและการทำกิจกรรมงานฝีมือ มื้ออาหารนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีในการทบทวนสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอดทั้งวัน


วันที่ 2 — วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของชุมชน

อาหารเช้าแบบญี่ปุ่น


วันที่ 2 เริ่มต้นด้วยอาหารเช้าแบบญี่ปุ่น ซึ่งประกอบด้วยข้าว ปลา และซุปมิโสะ เป็นอาหารที่เรียบง่ายและมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างสมดุล ทำให้ฉันสามารถเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนเริ่มประสบการณ์ทางวัฒนธรรมในวันนั้นได้


เดินชมเมืองชายแดนแคว้น


หลังอาหารเช้า พวกเราได้เดินชมเมืองชายแดนแคว้นพร้อมกับไกด์ ไกด์ได้อธิบายเกี่ยวกับภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่นี้ รวมถึงสภาพแวดล้อมของชุมชน


ภายในเมืองมีสิ่งต่าง ๆ มากมายที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีจากคนในท้องถิ่น แม้สิ่งเหล่านั้นจะดูเรียบง่ายในตอนแรก แต่ก็มีประโยชน์ในการใช้งานจริง ทำให้ฉันเข้าใจได้ว่าชุมชนแห่งนี้ยังคงรักษาประเพณีไว้ พร้อมทั้งนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างกลมกลืน


ประสบการณ์ดื่มชาที่อาคารเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์


ระหว่างเดินชมเมือง พวกเราได้เข้าไปเยี่ยมชมอาคารเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ และได้ลองชงชาด้วยตนเองที่นั่น ครูสอนพิธีชงชาได้อธิบายอย่างเข้าใจง่ายว่า อาคารหลังนี้เคยถูกใช้เพื่อจุดประสงค์ใดในอดีต และเหตุใดจึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์


การได้ชงชาภายในอาคารเก่าแก่ทำให้ประสบการณ์นี้มีความหมายมากยิ่งขึ้น และทำให้ฉันรู้สึกใกล้ชิดกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของญี่ปุ่นมากขึ้น


โรงงานผลิตน้ำส้มสายชูแบบดั้งเดิม



อีกสิ่งหนึ่งที่ฉันประทับใจคือการได้เยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำส้มสายชูในเมืองชายแดนแคว้นแห่งนี้ ฉันได้เรียนรู้ว่าร้านนี้สืบทอดต่อกันมายาวนานถึง 15 รุ่น และมีวิธีการผลิตลับเฉพาะที่ถ่ายทอดกันภายในครอบครัว


สิ่งที่ฉันสนใจเป็นพิเศษคือน้ำส้มสายชูที่มีกลิ่นและรสชาติของผลไม้ ได้ยินมาว่าสามารถนำไปผสมกับน้ำเปล่าหรือน้ำโซดา เพื่อดื่มเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความรู้สึกสดชื่นได้ จากสินค้านี้ ฉันรู้สึกได้ว่าพวกเขายังคงรักษาประเพณีไว้ พร้อมทั้งนำความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เข้ามาปรับใช้ด้วย


การตกแต่งภายในที่พักแบบญี่ปุ่น


หลังจากนั้น พวกเราได้ไปเยี่ยมชมโรงแรมแบบญี่ปุ่น และได้ชมสถาปัตยกรรมกับการตกแต่งภายในแบบดั้งเดิม การออกแบบที่ใช้ความงามของไม้ ห้องเสื่อทาทามิ และผังห้องแบบดั้งเดิม ทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงลักษณะเฉพาะของพื้นที่ภายในแบบญี่ปุ่น


สิ่งที่ประทับใจเป็นพิเศษคืออ่างอาบน้ำที่ทำจากไม้ จากการเยี่ยมชมครั้งนี้ ทำให้ฉันเข้าใจได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่า เหตุใดเมืองโอคาวะจึงเป็นที่รู้จักในฐานะเมืองแห่งเฟอร์นิเจอร์ไม้และการตกแต่งภายใน



การเดินเล่นอิสระและอาหารกลางวัน


หลังจากนั้น พวกเราได้แบ่งกลุ่มกันเดินชมเมืองโดยไม่มีไกด์ และสำรวจพื้นที่ในจังหวะของตนเอง จากนั้นพวกเราได้รับประทานอาหารกลางวันแสนอร่อยที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ช่วงเวลาอาหารกลางวันเป็นการพักที่ดี ทำให้พวกเราได้ผ่อนคลายเล็กน้อยระหว่างวัน


การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนในท้องถิ่น


ในช่วงบ่าย พวกเราได้พบกับคนในท้องถิ่น และแบ่งปันสิ่งที่รู้สึกและสิ่งที่ได้เรียนรู้ตลอด 2 วันที่ผ่านมา คนในท้องถิ่นรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของพวกเราอย่างสนใจ

จากการแลกเปลี่ยนในครั้งนี้ ทำให้การเดินทางครั้งนี้มีความหมายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ฉันยังรู้สึกได้ว่าคนในท้องถิ่นให้ความสำคัญกับผู้มาเยือน และพยายามพัฒนาการต้อนรับให้ดียิ่งขึ้นด้วย


ออกเดินทางจากโอคาวะ


ประมาณเวลา 16.00 น. พวกเราออกเดินทางจากเมืองโอคาวะ พร้อมกับความทรงจำมากมาย ตลอดการเดินทาง 2 วันนี้ ฉันได้เรียนรู้หลายสิ่งเกี่ยวกับการทำงานฝีมือ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชุมชน

สำหรับฉัน การเดินทางครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่สนุกและมีคุณค่าอย่างมาก

©2025 Craft Kyushu / This website is made by Crystal Wei

bottom of page